ช.ส.ท.​ จับมือ ททท. ภูมิภาคตะวันออก​และ​ ททท. สำนักงานตราด​ นำสื่อมวลชนและนักท่องเที่ยววัยเก๋ากว่า​ 80​ ชีวิต​ ร่วมเดินทางท่องเที่ยวจังหวัดระยอง จันทบุรี และเกาะช้าง จังหวัดตราด​ในทริป “สุขทันที..ที่เที่ยวตะวันออก”

ระหว่างวันที่ 9-12 พฤษภาคม 2567​ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว​ (ช.ส.ท.)​ นำโดยคุณวรางคณา สุเมธวัน ประธาน ช.ส.ท.​ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย​ ภูมิภาคตะวันออก​และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย​ สำนักงานตราด​ นำสมาชิกสื่อมวลชนและนักท่องเที่ยววัยเก๋า ร่วม 80 คน เดินทางท่องเที่ยวจังหวัดระยอง จันทบุรี และเกาะช้าง จังหวัดตราด ในชื่อทริป “สุขทันที..ที่เที่ยวตะวันออก” ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว​ กระตุ้นท่องเที่ยวผลไม้ไทย​ และร่วมรำลึกสดุดีวีรกรรมทหารกล้ายุทธนาวีเกาะช้าง​ ณ​ จุดสำคัญทางประวัติศาสตร์​

ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว หรือ​ (ช.ส.ท) เป็นองค์กรที่ก่อตั้งมา 39 ปี มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทย โดย สมาชิกชมรมฯ ใช้สื่อที่รับผิดชอบดำเนินการประชาสัมพันธ์ รวมทั้งให้ข้อคิดเห็นและเสนอแนะการดำเนินงาน ด้านการท่องเที่ยวต่อหน่วยงานของรัฐและเอกชนในโอกาสต่าง ๆ

ในปี 2567 ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว จัดกิจกรรมสำหรับสื่อสมาชิก ช.ส.ท. และสมาชิกวัยเก๋า กำหนดเดินทางไปทัศนศึกษา “สุขทันที …..ที่เที่ยวตะวันออก” ในพื้นที่จังหวัดระยอง จันทบุรี และจังหวัดตราดเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาคตะวันออก กำหนดเดินทางระหว่างวันที่ 9 – 12 พฤษภาคม 2567 โดยได้รับการสนับสนุนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคตะวันออก และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราดโดยเริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพ มุ่งหน้าสู่จังหวัดระยอง ตามกำหนดการท่องเที่ยว​ 4​ วัน​ 3​ คืน​ ดังนึ้

“สุขทันที…..ที่เที่ยวตะวันออก”
( 4 วัน 3 คืน )
– วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม 2567 : ศูนย์เลิศพนานุรักษ์ อาคารนิทรรศน์พรรณพฤกษา – วัดปากน้ำแขมหนู 
– จุดหมายแรกคณะเดินทางไป สถานีแอลเอ็นจี มาบตาพุด แห่งที่ 2 จังหวัดระยอง ณ​ ศูนย์เลิศพนานุรักษ์ ชมสวนดอกไม้เมืองหนาว อาคารนิทรรศน์พรรณพฤกษา และนิทรรศการต่าง ๆ รับประทานอาหารกลางวัน ณ ป้าบุญคาเฟ่ ระยอง

4.30 น. เดินทางไปอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ชมวัดปากน้ำแขมหนู (อุโบสถสีน้ำเงิน) สวยงามแปลกตา โดยเป็นงานเซรามิกโบราณที่ใช้สีพื้นเพียงสองสีคือ น้ำเงิน และขาว ทำให้โบสถ์แห่งนี้มีเอกลักษณ์สวยงามไม่เหมือนใคร และสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2534

มืัอค่ำรับประทานอาหารเย็น ณ ห้องมณีทิพย์ โรงแรมนิวแทรเวิลลอด์จ

– วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม 2567
: เกาะช้าง – บ้านสลักคอก – สัมผัสวิถีชีวิตชาวเลที่เกาะช้าง เที่ยวล่องเรือ กอนโดล่าเมืองไทยที่ “บ้านสลักคอก” – จุดชมวิวไก่แบ้ แบบพาโนราม่า


เดินทางไปจังหวัดตราเถึงท่าเรืออ่าวธรรมชาติ ขึ้นเรือเฟอรี่ข้ามไปเกาะช้าง และเปลี่ยนการเดินทางเป็นรถตู้ปรับอากาศ โดยเดินทางไปบ้านสลักคอก รับประทานอาหารกลางวัน​ ณ สลักคอกซีฟู้ด จากนั้นล่องเรือมาดหรือกอนโดล่าเกาะช้างชมความสวยงามของป่าชายเลน

ช่วงบ่าย เดินทางต่อไปยังจุดชมวิวที่ จุดชมวิวไก่แบ้ ชมวิวสวยแบบพาโนราม่า จากจุดนึ้เราสามารถมองเห็นเกาะที่เรียงรายจำนวน 4 เกาะ​ได้แก่ เกาะมันใน เกาะมันนอก เกาะปลี และเกาะหยวก ที่สำคัญเป็นจุดที่มองเห็นพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดของเกาะช้าง​ นักท่องเที่ยวนิยมมาชมความงามของพระอาทิตย์ตกที่สุดแสนโรแมนติกกันที่นี่

17.00 น. เดินทางไปอ่าวบางเบ้า รับประทานอาหารเย็น ณ ชาวเล บางเบ้าซีฟู้ด เกาะช้าง​ อยู่คู่เกาะช้างมากว่า​ 30​ ปี​ วิวสวยติดทะเล

18.30 น. เข้าที่พัก ณ Mercure Koh Chang Hideaway หาดใบลาน เกาะช้าง โรงแรมระดับ​ 4​ ดาว​ ที่สวยหรูดูดีตกแต่งสวยงามกลมกลืนกับธรรมชาติ​ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีทั้งสระว่ายน้ำ และติดริมทะเล​ให้ได้เพลิดเพลินสนุกสนุนกับกิจกรรมคลายร้อน​ ห้องพักและห้องน้ำกว้างขวาง แอร์เย็นฉ่ำ

– วันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2567 : ล่องเรือเที่ยวเกาะสำคัญในอุทยานหมู่เกาะช้าง – ชุมชนคลองพร้าว เดินทางไปลงเรือที่ท่าเรือบางเบ้า ถ่ายภาพเช็คอิน ประภาคารอ่าวบางเบ้า แลนด์มาร์กสำคัญของเกาะช้าง

ล่องเรือเที่ยวเกาะสำคัญในอุทยานหมู่เกาะช้าง​ ร่วมกันวางพวงมาลาถวายสักการะเสด็จเตี่ย กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ณ จุดที่เรือรบหลวงธนบุรีอับปาง

จากนั้นล่องเรือ ชมเกาะต่าง ๆ รับประทานอาหารกลางวัน ณ Phu-Talay Seafood ชมบรรยากาศชุมชนริมน้ำคลองพร้าว ก่อนเดินทางกลับเข้าที่พัก รับประทานอาหารเย็นณ ห้อง Hideaway โรงแรม Mercure Koh Chang Hideaway

วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม 2567 : เดินทางกลับ – ชมเรือรบหลวงธนบุรีจำลองและศึกษาพระราชประวัติกรมหลวงชุมพร บริเวณแหลมงอบ – ประภาคารแหลมงอบ – ชุมชนน้ำเชี่ยว – ซื้อของฝาก – กรุงเทพมหานคร

07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม​ เดินทางกลับขึ้นฝั่งจังหวัดตราดโดยเรือเฟอรี่

ชมอนุสรณ์สถานยุทธนาวีที่เกาะช้าง ณ แหลมงอบ เช็คอิน ประภาคารแหลมงอบ สุดแผ่นดินตะวันออก

11.00 น. เดินทางไป “บ้านน้ำเชี่ยว” อำเภอเมือง จังหวัดตราด เยี่ยมชมชุมชนบ้านน้ำเชียว ชุมชน 2 ศาสนา 3 วัฒนธรรม ไทย จีน มุสลิม รับประทานอาหารกลางวัน ณ ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวจากนั้นเดินทางไปจังหวัดจันทบุรี ซื้อของฝาก ณ ตลาดเนินสูง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ก่อนเดินทางกลับ ถึงกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพ

คุณวรางคณา สุเมธวัน ประธานชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว​ หรือ​ ช.ส.ท.​ กล่าวว่า “การจัดกิจกรรมนำคณะสื่อมวลชน 35 คน และสมาชิกวัยเก๋าของ ช.ส.ท. 45 คน รวมทั้งสิ้น 80 คน เดินทางทัศนศึกษาภาคตะวันออก 3 จังหวัด คือ ระยอง จันทบุรีและตราด ระหว่างวันที่ 9 – 12 พฤษภาคม 2567 เพื่อเป็นศึกษาข้อมูลในการสนับสนุนการประชาสัมพันธ์ข่าวสารในการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดในภาคตะวันออกให้กว้างขวางมากขึ้น พร้อมจะได้นำข้อมูลการท่องเที่ยวไปเผยแพร่ประสัมพันธ์ในทุกสื่อให้กว้างขวางมากขึ้น โดยในวันนี้ (11 พ.ค.67) ได้รับเกียรติอย่างยิ่งจากคณะผู้บริหารและภาคธุรกิจท่องเที่ยวในจังหวัดตราด นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดตราด(นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร) คณะผู้บริหาร ททท. ประกอบด้วยผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก ททท. ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานตราด คณะผู้บริหารองค์กรเอกชน-ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดตราด และสื่อมวลชนท้องถิ่น มาต้อนรับในงานเลี้ยงที่โรงแรมเมอร์เคียว เกาะช้าง ไฮด์อเวย์ อย่างอบอุ่นเป็นกันเอง”

นางวรางคณา​ กล่าวเพิ่มเติมว่า​ “วันที่ 11 พฤษภาคม เวลา 09.00 น. คณะชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว ช.ส.ท. และคณะทัวร์วัยเก๋าส์ รวมเกือบ 80 ชีวิต ลงเรือที่ท่าเรือบางเบ้า เกาะช้าง จังหวัดตราด เช้านี้เรามีภาระกิจสำคัญคือการนำพวงมาลาและดอกไม้ไปร่วมกันรำลึกถึงดวงวิญญาณทหารกล้าที่พลีชีพเพื่อรักษาน่านน้ำทะเลไทยและอธิปไตยของชาติไว้จากการรุกรานของฝรั่งเศส ครั้งนั้นนอกจากเราจะสูญเสียทหารกล้ากว่า 40 นายแล้ว เรายังเสียเรือหลวงธนบุรีและเรือสำคัญอีกหนึ่งลำ นี่คือกิจกรรมที่ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยวตั้งใจทำเพื่อเตือนให้ได้รำลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น

ทะเลเมืองตราดไม่ใช่เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงาม มีเกาะสวยๆมากมาย ไปดำน้ำชมปะการัง ชมปลาสวยงาม แต่อยากให้ทุกท่านที่ไปที่นั่นได้ไปรำลึกถึงวีรกรรมของทหารกล้าที่ดวงวิญญาณคงจะยังสถิตย์อยู่ ณ บริเวณใกล้เกาะง่าม เพื่อรักษาปกป้องท้องทะเลไทยตลอดไปนานเท่านานชั่วกัปชั่วกัลป์ ขอน้อมคารวะด้วยหัวใจค่ะ” นางวรางคณากล่าวทิ้งท้าย

………………………………………………

www.indyreport.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *