🔴 ททท. ร่วมกับ จังหวัดนนทบุรี จัด “งานวัฒนธรรมสองฝั่งเจ้าพระยา มหาเจษฎาบดินทร์” ประจำปี 2562

 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกรุงเทพมหานคร ร่วมกับ จังหวัดนนทบุรี แถลงข่าวเปิดตัวการจัดงาน “วัฒนธรรมสองฝั่งเจ้าพระยา มหาเจษฎาบดินทร์” จังหวัดทบุรี ประจำปี 2562 

 

 

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกรุงเทพมหานคร ร่วมกับ จังหวัดนนทบุรี โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนนทบุรี แถลงข่าวเปิดตัวการจัดงาน “วัฒนธรรมสองฝั่งเจ้าพระยา มหาเจษฎาบดินทร์” จังหวัดทบุรี ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม – 1 เมษายน 2562 (4 วัน 4 คืน) ณ บริเวณอุทยานเฉลิมกาญจนาภิเษก และวัดพระเกียรติวรวิหาร ตำบลบางศรีเมือง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี

 

 

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กเยาวชนประชาชนและนักท่องเที่ยวได้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  และร่วมเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์สืบสานวัฒนธรรมอันหลากหลาย และภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดนนทบุรีตลอดจนส่งเสริมท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเพิ่มรายได้กับท้องถิ่นซึ่งผู้เข้าร่วมการจัดงานดังกล่าวจะได้พบกับกิจกรรมมากมายภายในงาน

 

 

นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า “การจัดงานวัฒนธรรมสองฝั่งเจ้าพระยามหาเจษฎาบดินทร์เป็นงานประจำปีของจังหวัดนนทบุรีซึ่งจัดต่อเนื่องกันมาเป็นเวลาหลายสิบปีและในปีนี้ผมและคณะทำงานเห็นควรว่าเราจะเปลี่ยนแปลงเสริมให้งานมีความน่าสนใจยิ่งขึ้นในอย่างแรกคือได้ปรับสถานที่ในการจัดงานเดิมเคยจัดที่หน้าวัดเฉลิมพระเกียรติคราวนี้ก็จะแบ่งเป็น 2 ลักษณะด้วยกันงานที่เกี่ยวกับการถวายเครื่องราชสักการะในหลวงรัชกาลที่ 3 ใช้ที่วัดเฉลิมพระเกียรติเช่นเดิมแต่งานวัฒรธรรมงานแสดงวิถีชุมชนการละเล่นทั้งหลายงานโอท็อปต่างๆจะมาใช้ที่อุทยานเฉลิมกาญจนาภิเษกซึ่งเป็นอุทยานที่กรมธนารักษ์ได้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2539 จังหวัดนนทบุรีได้ฟื้นฟูบูรณะในปี2559 – 2560 จนอุทยานมีความพร้อมสมบูรณ์ ก็คิดว่าอยากจะเปิดตัวอุทยานแห่งนี้ให้เป็นที่รู้จัก

 

 

 

ปัจจุบันมีคนใช้งานอยู่เป็นจำนวนมากแต่คิดว่าถ้ามาจัดงานวันนี้เพิ่มขึ้นผู้คนจะได้รู้จักอุทยานแห่งนี้มากขึ้นในขณะเดียวกันบริเวณต่อเนื่องกับอุทยานฯมีสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ซึ่งเป็นสะพานที่มีการประดับไฟที่สวยงามอันดับต้นๆของประเทศคิดว่าสองส่วนนี้จะเป็นส่วนที่เป็นการตอกย้ำสร้างความการรับรู้ให้ผู้คนได้เห็นความสวยงามของนนทบุรีและจะมาเยี่ยมเยือนเราในโอกาสข้างหน้าต่อไป

 

 

สำหรับในวันที่ 30 เป็นการจัดงาน NIGHT RUN เป็นการวิ่งกลางคืนครั้งแรกบนสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์โดยที่ได้รับนักวิ่งขณะนี้ประมาณ 2000 กว่าคนต้องเรียนนักว่ิงว่าครั้งนี้จะเป็นกีฬาเพื่อการท่องเที่ยวไม่เน้นในเรื่อวสถิติมากนักเนื่องจากว่าสถานที่ค่อนข้างมีข้อจำกัดเราจะพยายามดัดแปลงภูมิประเทศให้เอื้อต่อการวิ่งและมีความปลอดภัยมากที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่วิ่งบนสะพานนั้นจะปิดการจราจรตั้งแต่เวาลา18.00 – 20.30น. เพื่อให้นักวิ่งได้สามารถวิ่งเดินและถ่ายรูปเก็บภาพความประทับใจขณะนี้ทราบว่าการรับสมัครนั้นจะเปิดอีกรอบหนึ่งเพื่อเช็คยอดสุดท้ายคิดว่าประมาณสัปดาห์สุดท้ายของเดือนนี้ก็จะเปิดอีกนัดหนึ่งเพื่อให้ได้นักวิ่งครบตามจำนวนที่กำหนด

ในการวิ่งครั้งนี้ไม่เก็บค่าวิ่งแต่ท่านที่อยากจะซื้อเสื้อเป็นที่ระลึกเรามีเสื้อจำนวน 1,000 ตัวเพื่อให้ท่านได้ซื้อกลับไปเป็นที่ระลึก ในขณะเดียวกันนักวิ่งที่วิ่งเข้าได้ตามเวลาทีกำหนดไว้ เราทำเหรียญที่ระลึกจำนวน 931 เหรียญเพื่อมอบให้กับนักวิ่งทุกท่าน ที่เข้าเส้นชัยตามเวลาสาเหตุที่ทำไว้น้อย เนื่องจากว่าครั้งนี้ใช้เงินเป็นจำนวนมากเราพยายามจะจัดประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่เก็บค่าใช้จ่ายจากนักวิ่งทุกท่านวิ่งฟรี! จึงทำเท่าที่กำหนดเป็นที่ระลึกจำนวนหนึ่งสำหรับผู้ที่เข้าเส้นชัยได้ตามเวลา ก็ขอเชิญชวนนักวิ่งทุกท่านครับ” นายภานุกล่าว

 

 

ทั้งนี้ททท.สำนักงานกรุงเทพมหานครนำโดยนางสาวจุไรรัตน์ชัยทวีทรัพย์รองผู้อำนวยการททท.สำนักงานกรุงเทพมหานครได้นำสื่อมวลชนร่วมล่องเรือเพื่อถ่ายภาพทำข่าวเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวที่มีความงดงามริมน้ำสองฝั่งเจ้าพระยาณ “วัดพระเฉลิมเกียรติวรวิหาร” ซึ่งเป็นพระอารามสำคัญในรัชกาลที่ 3 และใกล้นิวาสถานของพระอัยกาและพระอัยกีฝ่ายพระราชมารดาเจ้าจอมมารดาเรียมอันเป็นการแสดงพระมหากรุณาธิคุณในการสร้างเป็นพระอารามหลวงถวายโดยมีรูปแบบสถาปัตยกรรมอันเป็นพระราชนิยมผสมผสานแบบจีน “พระพุทธมหาโลกาภินันทฏิมา” พระประธานในพระอุโบสถที่ทรงรับสั่งให้นำทองแดงที่พบจากอ.จันทึกจ.นครราชสีมามาหล่อเป็นพระพุทธรูปองค์นี้โดยมีพุทธลักษณะงดงามตามแบบแผนของพระองค์ซึ่งมาถึงในรัชกาลที่ 4 ทรงเป็นธุระในการสร้างให้เสร็จยังมี “พระพุทธรูปศิลาขาว” ที่อยู่ภายในพระวิหารและบรรยากาศที่วัดแห่งนี้ดูสบายตาร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่

 

 

 

หลังจากนั้นชมไฟประดับ “สะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์” ยามค่ำคืนพร้อมเชิญชวนสร้างการรับรู้ให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังจังหวัดนนทบุรีได้ท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆและมาร่วมงาน “วัฒนธรรมสองฝั่งเจ้าพระยามหาเจษฎาบดินทร์” จังหวัดนนทบุรีประจำปี 2562 ระหว่างวันที่29 มีนาคม – 1 เมษายน 2562 (4 วัน 4 คืน) ณบริเวณอุทยานเฉลิมกาญจนาภิเษกและวัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหารตำบลบางศรีเมืองอำเภอเมืองนนทบุรีจังหวัดนนทบุรี

 

 

 

 

นอกเหนือจากนี้ยังนำสื่อมวลชนเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหารภายในจังหวัดนนทบุรีที่น่าสนใจอีกหลายแห่งอาทิ “วัดชมภูเวก” ซึ่งมีรูปพระแม่ธรณีบีบมวยผมในท่วงท่าที่อ่อนช้อยงดงามอยู่ในซุ้มเรือนแก้วยอดแหลมได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพแม่พระธรณีที่งดงามที่สุดภาพหนึ่งของเมืองไทยและในอุโบสถหลังใหม่เป็นที่ประดิษฐานพระประธานศิลปะสุโขทัยและพระพุทธรูปยืนอีก 2 องค์วัดแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมพ.ศ. 2517

 

 

 

จากนั้นเดินทางไปยังร้านอาหาร “สวนทิพย์” ร้านอาหารไทยที่ได้ดาวมิชลินท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นแมกไม้เขียวขจีริมแม่น้ำเจ้าพระยามีการจัดแต่งสถานที่แบบไทยๆด้วยศาลาทรงไทยหลายหลังได้อย่างงดงามให้ความรู้สึกผ่อนคลายเสมือนได้หลีกหนีความวุ่นวายของเมืองกรุงที่นี่มีทั้งอาหารไทยโบราณอันแสนประณีตพร้อมด้วยการบริการอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองช่วยเสริมประสบการณ์การรับประทานอาหารได้อย่างประทับใจ

 

 

 

จากนั้นล่องเรือจากที่นี่ไปยังเกาะเกร็ดชมความสวยงามของสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเดินทางมายังวัด “ปรมัยยิกาวาส” ซึ่งเป็นวัดสำคัญบนเกาะเกร็ดสักการะ “พระพุทธไสยาสน์” และ “พระนนทมุนินท์” พระประจำจังหวัดนนทบุรีสัมผัสการท่องเที่ยวในการปั่นจักรยานบนเส้นทางใหม่่ที่สวยงามอยู่ท่ามกลางธรรมชาติซึ่งเป็นทางปูนตัดเข้าไปในสวน

 

 

 

แวะชมความสวยงามของเจดีทรงมะเฟืองรูปร่างแปลกตาไม่เหมือนใคร “วัดเสาธงทอง” ตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะเกร็ด เป็นวัดโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยา สร้างโดยชาวมอญซึ่งได้มาอยู่ที่เกาะเกร็ดในสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ “วัดสวนหมาก” คือเมื่อได้สร้างวัดขึ้นต้นหมากก็ถูกตัดจนหมด จนกระทั่งถึงปลายรัชกาลที่ 4 เจ้าจอมมารดาอำภา ซึ่งเป็นเจ้าจอมในสมัยรัชกาลที่ 2 พร้อมด้วยกรมหมื่นภูบาลกรมขุนวรจักรกรี ได้เสด็จมาและได้บูรณะวัดซึ่งกำลังทรุดโทรม และทรงเห็นว่าต้นหมากก็หมดไปแล้ว จึงเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า “วัดเสาธงทอง” คนมอญเรียกวัดนี้ว่า “เพ๊ยะอาล๊าต” แปลว่าตะวันตกเพราะอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะเกร็ด

 

 

จากจุดนี้สามารถปั่นจักรยานต่อไปยัง “ร้านโรงสีสตูดิโอ” เกาะเกร็ดหากไปเกาะเกร็ดต้องแวะมาเช็คอินที่นี่โรงสีเก่าแก่ตั้งติดอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอายุกว่าร้อยปีถูกรีโนเวทมาเป็นคาเฟ่ร้านอาหารและโฮมสเตย์แถมยังมีที่นั่งให้เลือกหลากหลายสไตล์ให้ถ่ายรูปอาร์ตๆกันอย่างจุใจเมนูก็มีทั้งเมนูอาหารไทยฟิวส์ชั่นและเครื่องดื่มหลากหลายอย่างให้ได้ลิ้มลอง

 

 

“วัดแดงธรรมชาติ” แลนมาร์คแห่งใหม่อีกที่หนึ่งของจังหวัดนนทบุรีหากล่องเรือมาตามแม่น้ำเจ้าพระยาจะสังเกตเห็นพระปางนาคปรกองค์ขนาดใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ริมน้ำสามารถไปสักการะหลวงพ่อทันใจหลวงพ่อโตพระประธานในอุโบสถได้ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เพื่อจะนำมาซึ่งการกระจายรายได้และปลุกกระแสความน่าสนใจให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังจังหวัดนนทบุรีเพิ่มมากขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย

 

www.indyreport.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *