🔴 เยือน “Stonehenge” สิ่งมหัศจรรยาของโลก ปริศนาที่ยังหาคำตอบไม่ได้

 

🔴 สโตนเฮนจ์ (Stonhenge) เป็นสถานที่สำคัญก่อนประวัติศาสตร์ และเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก มรดกโลก ที่เรามีโอกาสได้ไปเยือน และได้ไปสัมผัสลมหนาวและละอองฝนในช่วงเดือนตุลาคมของสหราชอาณาจักรอังกฤษ ที่นี่ลมค่อนข้างแรง ทำให้ทั้งหนาวทั้งลมเลยทีเดียว เนี่องจากพิกัดอยู่ในทุ่งกว้างที่ปราศจากสิ่งที่มากำบังลม มีเพียงหินที่มีที่มาอย่างปริศนาเท่านั้นที่คอยเป็นเครื่องกีดกั้นและบดบังลมให้ได้บ้างเพียงเล็กน้อยเมื่อยามที่ลมหนาวโชยมา ความเย็นยะเยือกที่ผ่านทะลุเสื้อโค้ดที่หนาก็ยังสัมผัสได้ถึงความเย็นที่สัมผัสผิวกายจนต้องกอดอกขยับเสื้อให้รัดกุมยิ่งขึ้น  แต่ก็ถึงจะหนาวอย่างไรในตอนนี้ก็ถือว่าคุ้มค่ามากที่มีโอกาสได้ไปเยือน สิ่งมหัศจรรย์ติดอันดับ 1 ใน 7 ของโลกในครั้งนี้..
🔴 สโตนเฮนจ์และบริเวณโดยรอบได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1986 และยังถูกจัดให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลางอีกด้วย
แน่นอนสำหรับการมาเยือนครั้งแรกกับประเทศทางแถบยุโรป อย่างประเทศอังกฤษแบบไม่ทันได้ตั้งตัว อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นและประหม่าเมื่อก้าวแรกที่ลงเหยียบแผ่นดินอังกฤษ ณ สนามบิน Heathrow สำหรับคนที่เดินทางมาเที่ยวและตั้งใจจะไปชม สโตนเฮนจ์  ก็สามารถเริ่มต้นจากที่สนามบินที่นี่เลยก็ได้ โดยให้มาใช้บริการของรถบัสที่ Heathrow Airport และจาก Victoria Coach Station โดยมาลงที่ Amesbury ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นก็เดินด้วยเท้าอีก 3 กิโลเมตร ก็จะถึงเเล้ว หรือจะเรียกเเท็กซี่ไปก็สามารถทำได้ นับว่าใช้เวลาในการเดินทางไม่นานนักจากลอนดอน และเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณไม่ควรพลาด เมื่อมีโอกาสมาเที่ยวอังกฤษแล้วต้องแวะมาเที่ยวที่นี่สักครั้งซักครั้ง…
สำหรับประเทศอย่างอังกฤษนั้นเป็นประเทศทางแถบยุโรปที่มีความสวยงามเเละน่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างมาก ด้วยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เเปลกเเละน่าสนใจ น่าท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ทั้งทางสถปัตยกรรมที่สวยงามและสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง และ สโตนเฮนจ์ ซึ่งเป็นสถานที่ไฮไลท์อีกเเห่งของอังกฤษที่ได้รับความนิยมจากบรรดานักท่องเที่ยวที่มาเยือนเกาะอังกฤษ เพราะมันได้รับการยอมรับว่าเป็นอีกสิ่งมหัศจรรย์ของโลกเลยก็ว่าได้
🔴 สโตนเฮนจ์ (Stonehenge) เป็นอนุสรณ์สถานกลางทุ่งราบกว้างใหญ่บนที่ราบซอลส์บรี (Salisbury Plain) ในบริเวณตอนใต้ของตัวอนุสรณ์สถานประกอบด้วยแท่งหินขนาดยักษ์ 112 ก้อน ตั้งเรียงกันเป็นวงกลมซ้อนกัน 3 วง แท่งหินบางอันตั้งขึ้น บางอันวางนอนลง และบางอันก็ถูกวางซ้อนอยู่ข้างบน
🔴 นักโบราณคดีเชื่อว่ากลุ่มกองหินนี้ถูกสร้างขึ้นจากที่ไหนสักแห่งเมื่อประมาณ 3000–2000 ปีก่อนคริสตกาล กล่าวคือ เมื่อ พ.ศ. 2551 เผยให้เห็นว่าหินก้อนแรกถูกวางตั้งเมื่อประมาณ 2400–2200 ปีก่อนคริสตกาล ในขณะที่ทฤษฎีอื่น ๆ ระบุว่ากลุ่มหินที่ถูกวางตั้งมาตั้งแต่ก่อนหน้านั้นถึง 3000 ปีก่อนคริสตกาล และนักวิทยาศาสตร์ต่างสงสัยว่า คนในสมัยก่อนสามารถยกแท่งหินที่มีน้ำหนักกว่า 30 ตัน ขึ้นไปวางเรียงกันได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่ปราศจากเครื่องทุ่นแรงอย่างที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน และบริเวณที่ราบดังกล่าวไม่มีก้อนหินขนาดมหึมานี้ ดังนั้นจึงสันนิษฐานว่าผู้สร้างต้องทำการชักลากแท่งหินยักษ์ทั้งหมดมาจากที่อื่น ซึ่งคาดว่าน่าจะมาจาก “ทุ่งมาร์ลโบโร” ที่อยู่ไกลออกไปประมาณ 40 กิโลเมตร
🔴 สโตนเฮนจ์และบริเวณโดยรอบได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็ ในปี ค.ศ. 1986 และยังถูกจัดให้เป็นหนึ่งในเจในยุคกลางอีกด้วย สโตนเฮนจ์ (Stonehenge) เป็นอนุสรณ์สถานกลางทุ่งราบกว้างใหญ่บนที่ราบซอลส์บรี (Salisbury Plain) ในบริเวณตอนใต้ของตัวอนุสรณ์สถานประกอบด้วยแท่งหินขนาดยักษ์ 112 ก้อน ตั้งเรียงกันเป็นวงกลมซ้อนกัน 3 วง แท่งหินบางอันตั้งขึ้น บางอันวางนอนลง และบางอันก็ถูกวางซ้อนอยู่ข้างบน
🔴 นักโบราณคดีเชื่อว่ากลุ่มกองหินนี้ถูกสร้างขึ้นจากที่ไหนสักแห่งเมื่อประมาณ 3000–2000 ปีก่อนคริสตกาล กล่าวคือ เมื่อ พ.ศ. 2551 เผยให้เห็นว่าหินก้อนแรกถูกวางตั้งเมื่อประมาณ 2400–2200 ปีก่อนคริสตกาล[ในขณะที่ทฤษฎีอื่น ๆ ระบุว่ากลุ่มหินที่ถูกวางตั้งมาตั้งแต่ก่อนหน้านั้นถึง 3000 ปีก่อนคริสตกาล
และนักวิทยาศาสตร์ต่างสงสัยว่า คนในสมัยก่อนสามารถยกแท่งหินที่มีน้ำหนักกว่า 30 ตัน ขึ้นไปวางเรียงกันได้อย่างไร ทั้งๆ ที่ปราศจากเครื่องทุ่นแรงอย่างที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน และบริเวณที่ราบดังกล่าวไม่มีก้อนหินขนาดมหึมานี้ ดังนั้นจึงสันนิษฐานว่าผู้สร้างต้องทำการชักลากแท่งหินยักษ์ทั้งหมดมาจากที่อื่น ซึ่งคาดว่าน่าจะมาจาก “ทุ่งมาร์ลโบโร” ที่อยู่ไกลออกไปประมาณ 40 กิโลเมตร

 

 

 

🔴 Museum Stonehenge จะอยู่ในส่วนตรงทางเข้าที่ซื้อตั๋วขึ้นรถบัสเข้าไปชมสโตนเฮนจ์ด้านใน  ภายในพิพิธภัณฑ์จะเก็บรวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร์จากเศษซาก จากการวิเคราะห์ของชั้นหินต่างๆ ทางด้านพื้นดิน หินตั้งสโตนเฮนจ์เป็นงาน masterpiece ทางด้านวิศวกรรมที่ถูกสร้างโดยคนที่ซับซ้อนคิดสิ่งนี้ขึ้นมา และสโตนเฮนจ์เป็นส่วนหนึ่งของ คอมเพล็ก complex prehistoric landscape ความซับซ้อนทางด้านประวัติศาสตร์ ซึ่งเราไม่รู้หรอกว่าจุดประสงค์ของการสร้างสโตนเฮนจ์ที่หายไปคืออะไร รู้แต่เพียงว่ามีแต่การถกเถียงกันในสิ่งที่เป็นความหมายนั้น และยังคงเป็นปริศนาอยู่จนถึงทุกวันนี้…

 

 

 

 

 

 

 

www.indyreport.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *