
เช็คอินเรื่องเล่า : ครั้งแรกกับประสบการณ์หลงป่า เมื่อครั้งไปเดินป่าตามหา “น้ำตกใหญ่เปรโต๊ะลอซู หรือ น้ำตกปิตุ๊โกร” น้ำตกเปรโต๊ะลอซูและดอยมะม่วงสามหมื่นอยู่ในอำเภออุ้งผาง จังหวัดตาก เป็นน้ำตกที่สูงกว่า 500-600 เมตร วัดด้วย (GPS) น่าจะสูงที่สุดของประเทศไทย และอยู่ไม่ไกลจากน้ำตกใหญ่ที่สุดของประเทศไทย คือน้ำตกทีลอซู

น้ำตกเปรโต๊ะลอซู คือหนึ่งในน้ำตกที่ยิ่งใหญ่และสวยงามที่สุดของประเทศไทย ตั้งอยู่กลางผืนป่าตะวันตกในอำเภออุ้มผาง เป็นน้ำตกที่อยู่บนดอยมะม่วงสามหมื่น ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง อ.อุ้มผาง จ.ตาก น้ำตกเปรโต๊ะลอซู หรือที่หลายคนเรียกกันว่า “น้ำตกรูปหัวใจ” คือหนึ่งในน้ำตกที่สูงและอลังการที่สุดของเมืองไทย น้ำตกมีลักษณะพิเศษคือสายน้ำสองสายไหลมาบรรจบกันเป็นรูปหัวใจ จึงได้ฉายาว่า น้ำตกรูปหัวใจ ช่วงเวลาที่เปิดให้เข้าชมน้ำตกเปิดให้เข้าชมเฉพาะฤดูฝน ตั้งแต่เดือน มิถุนายนถึงพฤศจิกายนของทุกปี เนื่องจากในช่วงนี้น้ำตกมีปริมาณน้ำมากและรูปหัวใจของน้ำตกจะชัดเจนที่สุด แต่อย่างไรก็ตามควรหาข้อมูลก่อนเดินทางเพราะบางทีอาจจะมีการประกาศปิดเนื่องจากฝนตกหนัก น้ำเชี่ยวแรง และต้นไม้ล้ม เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว จะได้ไม่พลาดในการเดินทางไปยังน้ำตกแห่งนี้ที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวสายผจญภัยและรักธรรมชาติ และอีกอย่างที่อยากแนะนำคือการเตรียมร่างกายให้พร้อมและแข็งแรงก่อนตัดสินใจออกเดินทาง เพราะเส้นทางสายนี้โหดไม่ใช่เล่นเลยทีเดียว

…การเดินป่าครั้งนี้เป็นประสบการณ์หลงป่าครั้งแรกของแอดมินกับการผจญภัยสู่ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการเดินป่าหน้าฝน แม้จะเคยผ่านประสบการการเดินป่าที่แม่วะกว่า 50 กิโลเมตรมาแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่โหดเท่าครั้งนี้ ถึงแม้แอดมินจะเตรียมตัวมาอย่างดี ออกกำลังกายฟิตร่างกายมาหลายเดือน แต่ปัจจัยภายนอกของที่นี่อาจจะทำให้ไม่ง่ายอย่างที่คิด ด้วยเส้นทางเดินป่ามีทั้งทางชัน ดินโคลน และป่าลึก นักท่องเที่ยวควรเตรียมร่างกายให้พร้อมและสวมรองเท้าที่เหมาะสม

จากตัวจังหวัดตาก เดินทางไปอำเภออุ้มผาง ระยะทางประมาณ 250 กิโลเมตร จากอุ้มผางต่อไปยังหมู่บ้านกุยเลอตอ ประมาณ 70 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากหมู่บ้านต้องเดินเท้าไปยังจุดตั้งแคมป์ประมาณ 5 กิโลเมตร ใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง ถึงที่พักแรมในแคมป์กลางป่า มีห้องส้วมและน้ำให้บริการ แต่ไม่มีไฟฟ้าและสัญญาณโทรศัพท์ (แต่สมัยที่แอดมินไปยังไม่มีห้องน้ำเลย) และ ณ จุดนี้ก็แล้วแต่สมรรถภาพร่างกายและอากาศที่ฟ้าฝนจะเป็นใจหรือไม่ก็แล้วแต่เทวดาฟ้าดินจะกำหนด ขึ้นอยู่กับรา่งกายและจิตใจความมุ่งมั่นของเราเอง

…. เมื่อหลายปีก่อนที่แอดมินเดินทางไป การเดินทางอาจจะไม่สะดวกเหมือนปัจจุบันแต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีและสำคัญสุดประทับไม่มีวันลืมเลยทีเดียว เพราะตั้งแต่เริ่มเดินทางฝนก็ตกโปรยปรายลงมาให้เย็นฉ่ำ เนื่องจากเป็นการเดินป่าหน้าฝน คิดเสียว่าเทวดาบนฟ้าท่านคงประพรมน้ำมนต์ให้พรขอให้เดินทางปลอดภัย เดินผ่านทุ่งนา ผ่านไร่พริกของชาวบ้านไปได้สักระยะ ลุยน้ำลุยโคลนไปตามเส้นทางราบเรียบจนถึงทางชันก็ไม่หวั่นเพราะมีเพื่อร่วมทางผู้ร่วมชะตากรรมคอยช่วยเหลือกันและให้กำลังใจกันหลายคนจนเดินทางมาถึงจุดหมายที่พักแรม ที่สามารถมองเห็นน้ำตกอยู่ไม่ไกลในช่วงเวลาเย็น และเป็นจุดหมายที่เราตั้งใจจะไปพิชิตในเช้าวันรุ่งขึ้น ก่อนช่วยกันสร้างแค้มป์พักแรมกลางป่า ทำอาหารซึ่งมื้อนี้มีโอกาสได้ลิ้มลอง “เนื้อจระเข้” เป็นครั้งแรกกับเมนูหมูกะทะ ที่เรามีเชฟฝีมือดีร่วมเดินทางมากับเราด้วย เปิดประสบการณ์การการกินให้กับเราหลายเมนู แต่คืนนึ้ก็ผ่านไปไม่ง่ายเลย เพราะฝนที่ตกมาทั้งวันสลับตกและหยุดเป็นระยะแบบต่อเนื่อง แถมตอนกลางคืนก็ยังตกหนักไม่มีพักอีก ทำให้เปลที่ผูกไว้ไม่สามารถนอนได้เพราะน้ำไหลซึมเข้าเปลเปียก จึงต้องมานอนเรียงปลาทูบนกราวด์ชีทกับเพื่อนสาว 2-3 คน และนำร่มมาวางบังกันฝนสาดกระเด็น กว่าจะผ่านคืนนี้ไปได้ก็แทบไม่ได้นอนเ ถึงแม้จะเมื่อยล้าจากการเดินทาง หลับๆ ตื่นๆ เหมือนผู้ประสบภัยกันเลยทีเดียว ภาวนาขอให้เช้าไวๆ อยากไปเห็นน้ำตกรูปหัวใจไวๆ แล้ว

…..เช้านี้ตื่นตาตื่นใจกับน้ำตกที่ยิ่งใหญ่และสวยงามที่สุดของประเทศไทย น้ำตกรูปหัวใจที่สายน้ำสองสายไหลมาบรรจบกันเป็นรูปหัวใจ จึงได้ฉายาว่า “น้ำตกรูปหัวใจ” ถ่ายรูปน้ำตกเล่นกับเพื่อนๆ สักพักใหญ่ หลายคนก็ทยอยเดินกลับที่แค้มป์กัน เพื่อไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและจัดการกับอาหารในมื้อเช้า จนเริ่มหลวงเหลืออยู่บนน้ำตกไม่กี่คน ซึ่งแอดมินเองก็เป็นหนึ่งในนั้นจึงขอตัวเดินทางกลับไปที่พักแค้มป์ก่อนเพราะไม่อยากอยู่เป็นคนสุดท้าย ก่อนเดินลงมาก็ไม่ลืมถามทางกับเพื่อนอีกครั้งถึงทางกลับว่าเดินมาแล้วจะเจอทางข้ามกลับไปอีกฝั่งเพื่อไปยังแค้มป์ที่อยู่ไม่ไกล
หลังจากนั้นก็เดินกลับลงมาเรื่อยๆ ถ่ายภาพ ชมน้ำตกข้างทางจนเพลินสักพักใหญ่ก็ไม่เห็นทางข้ามไปอีกฝั่งเสียที เราเดินออกนอกเส้นทาง หรือว่าเราพลาดอะไรไป เริ่มใจไม่ดีเพราะเวลานี้มีเพียงเรากับความเงียบเหงาแม้จะมีเสียงน้ำตกที่ไหลริน ทางก็เริ่มรกครึ้มขึ้น “เริ่มรู้ตัวแล้วว่าเราคงจะหลงป่า” เพราะตอนเดินมาไม่น่าจะนานขนาดนี้ เริ่มวิตกกังวล เริ่มมีอาการแพนิค (Panic Disorder) นึกถึงหน้าพ่อกับแม่ลอยมาทีเดียว น้ำตาจะไหล สักพักเริ่มตั้งสติขึ้นมาได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องมี หยุดเดินไปเดินมาเหมือนหนูติดจั่น แล้วค่อยๆ คิด เราต้องเดินกลับขึ้นไปทางน้ำตกที่เรามา คอยฟังเสียงน้ำตก คิดได้ดังนั้นก็รีบเดินจ้ำอ้าวเดินไปอย่างไม่ลดละจนเดินมาได้สักพักใหญ่ก็เจอกับเพื่อนร่วมทริปที่กำลังเดินลงมาจากน้ำตกพอดี ในใจคิด “รอดแล้วเรา” โล่งอกไปทีเกือบได้กินข้าวลิงแล้ว แต่ก็ไม่ได้บอกใครว่าเราหลงป่า ไม่อยากให้ตกใจกันกลีบมาได้แล้วดีใจมาก เดินกลับมาที่แค้มป์พร้อมเพื่อนจนถึงแค้มป์ เป็นประสบการณ์ที่จำไม่รู้ลืมเลยทีเดียว จริงๆ แล้วต้องโทษตัวเองที่มัวแต่เดินเพลินถ่ายรูปเพลินจนไม่ได้ดูเส้นทางให้ละเอียดและมั่นใจตัวเองเกินไป ทุกคนอย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง นี่ป่าไม่ใช่บ้านของเรา อย่าประมาท ซึ่งเมื่อลงจากน้ำตกมาแล้วทางข้ามน้ำตกก็ก็อยู่ไม่ไกล

ระหว่างเดินทาง 3 วัน 2 คืนที่นี่ให้ประสบการณ์และความประทับใจมากมาย ได้สัมผัสกับธรรมชาติที่งดงาม อากาศที่บริสุทธิ์ ถึงแม้จะต้องเดินป่าด้วยสภาพที่ตัวเปียกทั้งสามวัน เดี๋ยวตัวแห้งเดี๋ยวตัวเปียก ด้วยฝนตกอยู่บ่อยๆ เดินตกน้ำตอนข้ามสะพานไม้ไผ่ทั้งคนทั้งเป้กระเป๋าลงไปในน้ำ รวมถึงเดินไปลงโคลนที่ดูดเท้าจมลงไปจนถึงหน้าแข้งต้องช่วยกันดึงตัวขึ้นมาเพราะไม่สามารถขยับดึงเท้าขึ้นมาเอง ชมพืชพันธุ์ดอกไม้แปลกตา เสียงนกร้อง เสียงธรรมชาติที่ฮีลใจสุดๆ กลับมาก็ไม่ป่วยอีกต่างหาก แทบไม่น่าเชื่อในขณะที่หลายคนเริ่มป่วยกัน คงเป็นเพราะเราเตรียมตัวมาดีหลายเดือนที่ออกกำลังกายให้แข็งแรงก่อนเดินป่าทุกครั้ง แต่ไม่ได้เตรียมใจหลงป่านะจ๊ะ ถือว่าเป็นอึกประสบการณ์ที่จดจำไม่ลืม แต่ก็ยังมีพลาดอีกจนได้เป็นหนที่สอง ในทริป “กระต่ายน้อยลั้นลาลังกาหลวง” อันนี้ทั้งโหดทั้งหลอนเลยทีเดียว จนต้องแขวนเป้เลิกเดินป่า ถ้าใครอยากฟัง กดติดตามไว้ถ้าแอดมินมีเวลาจะมาเล่าให้ฟังครั้งหน้า ครั้งนี้ยาวไปไม่รู้จะมีคนมาอ่านไหมกับ บันทึกความทรงจำที่ประทับใจของ indylove เช็คอิน…
ฝากติดตาม Indylove เช็คอิน ด้วยนะ ขอบคุณค่ะ
https://www.facebook.com/share/p/1DTVBHkf2e/

#indyloveเช็คอิน
#indyreport
#น้ำตกใหญ่เปรโต๊ะลอซู
#น้ำตกปิตุ๊โกร #ดอยมะม่วงสามหมื่น
#อุ้มผาง #จังหวัดตาก
