
ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว (ช.ส.ท) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคใต้ นำคณะสื่อมวลชนและนักท่องเที่ยวคุณภาพวัยเก๋ากว่า 80 คน เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวจังหวัด “ตรัง–พัทลุง” ภายใต้ชื่อ “สุขทันที..ที่เที่ยวตรังและพัทลุง” กระตุ้นเมืองน่าเที่ยวภาคใต้หลังน้ำท่วม พร้อมให้กำลังใจกระจายรายได้ให้ผู้ประกอบการ ชุมชนและผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมที่ผ่านมาให้ฟื้นกลับสู่สภาวะปกติโดยไว



กิจกรรมส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวภาคใต้ ภายใต้ชื่อ “สุขทันที..ที่เที่ยวตรังและพัทลุง” ช.ส.ท. นำโดยคุณวรางคณา สุเมธวัน ประธานชมรมฯ พร้อมด้วย คุณสมชาย ชมภูน้อย ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว (ช.ส.ท.) สื่อมวลชนและนักท่องเที่ยวคุณภาพวัยเก๋าจำนวน 80 คน เดินทางท่องเที่ยวทัศนศึกษาและเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ระหว่างวันที่ 14 – 19 มกราคม 2569 ณ จังหวัดตรังและพัทลุง ได้รับเกียรติจาก ผสตง. และ รอง ผสนศ. ร่วมให้การต้อนรับพร้อมให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดตรังและจังหวัดพัทลุง

คุณวรางคณา สุเมธวัน ประธานชมรมฯ กล่าวว่า.. ” วันนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว ประเดิมด้วยการพาสื่อมวลชนและสมาชิกวัยเก๋าของเราไปร่วมประชาสัมพันธ์จังหวัดตรังและพัทลุง ตั้งแต่วันที่ 14 - 19 มกราคม 2569 สมาชิกก็คับคั่งเหมือนเดิม ทริปนี้เรามีด้วยกัน 80 คน


สำหรับไฮไลท์ของสองจังหวัดนี้เป็นเรื่องราวของพื้นที่ท่องเที่ยวชุมชน สิ่งแรกที่เราอยากจะพาไปดูก็คือ “เขาพับผ้า” ซึ่งคนที่เคยไปมาแล้วก็จะเข้าใจว่ารถเล็กเท่านั้นที่จะสามารถไปได้ แต่วันนี้เรามีรถใหญ่ซึ่งเราใช้รถบัส ปัจจุบันเขาพับผ้าได้มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงสถานที่อย่างดี คำว่าพับผ้าเป็นอดีตไปแล้ว แต่ว่าการเดินทางโดยรถใหญ่ต้องขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษเท่านั้นถึงจะไปได้ การเดินทางสะดวกสบาย เราจะพาไปชมควายน้ำว่าวิถีชีวิตเขาเป็นอย่างไร พาไปดูเรือกระด้ง นอกจากนั้นเรายังจะพาสมาชิกเราล่องแพไปชมบรรยากาศของชาวพัทลุง


ทุกอย่างที่เราเลือกสรรมาคิดว่าจะเป็นเรื่องน่าสนใจและน่าติดตาม นอกจากเราจะได้พาสมาชิกพาสื่อมวลชนไปร่วมกันเผยแพร่ประชาสัมพันธ์พื้นที่ท่องเที่ยวของจังหวัดพัทลุงและจังหวัดตรังแล้ว เรายังจะได้มีโอกาสไปช่วยกันเยียวยาผู้ประกอบการ ซึ่งทุกคนก็คงพอจะทราบว่าภาวะหลังจากน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ทุกคนก็อยู่ในอาการล่อแล่สำหรับผู้ประกอบการ แม้กระทั่งชาวบ้าน เราจะไปเยี่ยมเขาไปช่วยกันจับจ่ายสินค้าของเขา เป็นกำลังใจ อย่างน้อยๆ ไปเยี่ยมพี่น้องเป็นกำลังใจให้กับชาวใต้ของเราด้วยค่ะ

คุณวรางคณา กล่าวเพิ่มเติมว่า “การเดินทางครั้งนี้หลักๆ เลยเราก็ได้รับการสนับสนุนจาก ททท. ภูมิภาคภาคใต้ ซึ่ง ผอ. ก็ได้กรุณาให้ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวจังหวัดตรังและจังหวัดพัทลุงมาช่วยกันดูแลเรา ซึ่งเป็นมหามิตรที่เชื่อมโยงจิตใจกันมายาวนายตลอด เราเชื่อว่าทุกคนจะทำความสำเร็จในการเดินทาง นำพาเรื่องราวของจังหวัดพัทลุงและจังหวัดตรังลงไปสู่สายตาของพี่น้องชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วยทุกคนค่ะ” คุณวรางคณา สุเมธวัน ประธาน ช.ส.ท. กล่าว

ด้านคุณสมชาย ชมภูน้อย ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ฯ ชมรมสื่อมวชนส่งเสริมการท่องเที่ยว (ช.ส.ท.) อดีตผู้อำนวยการ ททท. ภูมิภาคภาคใต้ ร่วมทริปในครั้งนี้ สร้างสีสันความสนุกสนานและได้รับความรู้รวมถึงประสบการณ์จากแหล่งท่องเที่ยวอย่างเพลิดเพลิน ในระหว่างการเดินทาง พร้อมกันนี้ คุณสมชาย ชมภูน้อย ยังได้เชิญชวนพร้อมยืนยันว่าสามารถมาท่องเที่ยว 14 จังหวัดภาคใต้ หลังจากโดนน้ำท่วมหนัก โดยเฉพาะ สงขลา จังหวัดตรัง พัทลุง และ นครศรีธรรมราชกันได้ โดยสามารถยืนยันด้วยคณะทัวร์คุณภาพวัยเก๋าของ ช.ส.ท. ครับ



การเดินทางในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวเข้าสู่เมืองน่าเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดตรังและจังหวัดพัทลุงเพิ่มมากขึ้น โดยคณะฯ เดินทางสู่จังหวัดพัทลุงด้วยรถไฟด่วนพิเศษ “ทักษิณารัถย์” มีความหมายว่า “เส้นทางสู่ภาคใต้” เพื่อสัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่แสนพิเศษของการรถไฟแห่งประเทศไทย และได้สัมผัสมนต์เสน่ห์ของแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในทั้งสองจังหวัดภาคใต้คือจังหวัดตรังและพัทลุง
DAY 1: วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม 2569
จุดหมายแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดตรังวันแรก ชมความงดงามของสวนดอกไม้ ณ สวนลุงเวศน์, ผจญภัยและเรียนรู้ธรรมชาติภายในถ้ำเขาช้างหาย, รับประทานอาหารกลางวัน ณ ไร่มีตาลตะวัน, ย้อนรอยประวัติศาสตร์ที่ สถานีรถไฟกันตัง และ จวนเก่าเจ้าเมืองตรัง พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี ( คอซิมบี้ ณ ระนอง ), ประทานอาหาร ณ ร้านอาหารล่อคุ้ง กันตัง เดินทางเข้าที่พัก ณ โรงแรมเรือ รัษฎา อำเภอเมืองตรัง เป็นโรงแรมระดับ 4.5 ดาวที่ตั้งอยู่ในเมืองตรัง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
คุณอิงอร คงชู ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานตรัง เดินทางมาให้การต้อนรับคณะ ช.ส.ท. พร้อมให้สัมภาษณ์พิเศษที่สถานีกันตัง จังหวัดตรัง กล่าวว่า.. “ยินดีต้อนรับทุกคนเข้าสู่จังหวัดตรังค่ะ ณ ขณะนี้ในภาพรวมของการท่องเที่ยวจังหวัดตรังบ้านเรา จังหวัดเล็กๆ ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ในฝั่งอันดามัน ด้วยศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดตรังเรามีทั่งในเรื่องของแหล่งท่องเที่ยวทางบกและความสวยงามสดใหม่ของท้องทะเลตรัง มีความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เดือนแห่งความรักที่กำลังจะมาถึงนี้ ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตรัง ร่วมกับจังหวัดมีกิจกรรมสำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงของเดือนแห่งความรักหลายกิจกรรมด้วยกัน หนึ่งในนั้นที่เป็นที่รู้จักกันดี คือ งานวิวาห์ใต้สมุทรจังหวัดตรัง ซึ่งเป็นเพียงงานวิวาห์ใต้ทะเลเพียงแห่งเดียวในโลกนี้เท่านั้น ซึ่งปีนี้จัดขึ้นวันที่ 13 -15 กุมภาพันธ์ รับสมัครคู่วิวาห์ได้มาวิวาห์ใต้สมุทรที่จังหวัดตรังกันค่ะ
นอกจากนี้ทาง ททท. ยังได้จัดกิจกรรมเสริมงานวิวาห์ใต้สมุทร คือในเรื่องของงานมหกรรมอาหาร ซึ่งทางจังหวัดขึ้นชื่อในเรื่องของยุทธจักรความอร่อย เพราะฉะนั้นในช่วงของเดือนแห่งความรัก ททท. ก็ได้จัดกิจกรรมในเรื่องของ โครงการ Trang Foodie Fest นำเสนออาหารถิ่นเมืองตรังหลากหลายรูปแบบทั้งเมนูท้องถิ่น เมนูแห่งความรัก และเมนูของชาวเกาะ ซึ่งมีร้านอาหารถึง 150 ร้าน มาร่วมกิจกรรม ภายใต้คอนเซ็ปต์ว่า “Scent of Journey” นั่นก็คือ ทานอาหารและได้เดินทางไปท่องเที่ยวต่างๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดตรัง
มากไปกว่านั้น ทางเทศบาลนครตรังก็ได้จัด Season of Love ในเรื่องของ Nakorntrang Love You All เรื่องของการตกแต่ง แต่งแต้มสีสันของเมืองเพื่อต้อนรับเทศการวันวาเลนไทน์ที่จะมาถึง จัดขึ้นวันที่ 12-14 กุมภาพันธ์ ณ สถานที่บอกรักของคนตรังในสมัยก่อนนั่นก็คือ “สระกะพังสุริน” นอกจากนั้นยังมีงานเทศกาลตรุษจีนเมืองตรังอีกต่อเนื่องกันเลยในวันที่ 17-19 กุมภาพันธ์ จัดที่จตุรัสเมืองตรัง
เพราะฉะนั้นในช่วงเดือนแห่งความรัก หากนักท่องเที่ยวสนใจ ขอเชิญชวนมาเที่ยวจังหวัดตรังได้เลยค่ะ เราทุกคนยินดีต้อนรับด้วยห้องพักที่จังหวัดตรังมีรองรับถึง 1, 460 กว่าห้อง สถานประกอบการเกือบ 300 แห่ง ทั้งในเมืองและในเกาะต่างๆ จังหวัดตรังจึงสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ชาวตรังยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่จังหวัดตรังค่ะ” คุณอิงอร กล่าวทิ้งท้าย
DAY 2 : วันศุกร์ที่ 16 มกราคม 2569
สัมผัสประสบการณ์นั่งรถตุ๊ก ๆ หัวกบ เที่ยวรอบเทศบาลตรัง ชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เช่น ตึกชิโนโปรตุกีสอันโดดเด่น คริสตจักรตรัง, ท่องเที่ยวชุมชนบ้านน้ำราบ กับกิจกรรม “ล่องแพ กินปู ดูเขา” สัมผัสวิถีชีวิตชาวเล, อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม อำเภอสิเกา หาดเจ้าไหม มีชายหาดยาวประมาณ 2 กิโลเมตรมีร่องรอยภาพเขียนสีโบราณยุคก่อนประวัติศาสตร์ให้ชม, โรงแรมเรือ รัษฎา ร่วมกิจกรรมสังสรรค์ และรับประทานอาหารเย็น ณ โรงแรมเรือ รัษฎา โดย ช.ส.ท. ร่วมน้อมถวายความอาลัย สมเด็จพระพันปีหลวง นำโดย คุณวรางคณา สุเมธวันประธาน ช.ส.ท., คุณสมชาย ชมภูน้อย ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ กรรมการบริหาร, กรรมการ สื่อมวลชน และคณะนักท่องเที่ยววัยเก๋า ร่วมกันประกอบพิธีถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระพันปีหลวง ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
DAY 4 : วันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2569
สักการะพระพุทธรูปสวมเทริดมโนราห์ บ้านน้ำผุด อำเภอเมืองตรัง วัดเก่าแก่ของจังหวัดตรัง หนึ่งเดียวในประเทศไทย ณ วัดภูเขาทอง และชมวังเทพทาโร อำเภอห้วยยอด แหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรและปลูกต้นเทพทาโรพันธุ์ไม้ท้องถิ่นหายากในภาคใต้
– จากนั้นเดินทางไปยังจังหวัดพัทลุง สัมผัสวิถีถิ่นและความร่มรื่นของป่าสาคู ณ PASAKU Craft Café อำเภอควนขนุน, ชมวิวเขาอกทะลุ พร้อมเก็บภาพจุดเช็คอิน “เซเว่น เขาอกทะลุ”, ล่องเรือกระด้ง ชมยอยักษ์ กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่นักท่องเที่ยว, สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา หรือสะพานเอกชัย เป็นสะพานที่ยาวที่สุดในประเทศไทย เข้าที่พักโรงแรมลำปำ รีสอร์ท หาดแสนสุข ลำปา พร้อมรับประทานอาหารเย็น
– คุณจอมสุรางค์ เฉลิมขวัญ รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานนครศรีธรรมราช-พัทลุง ให้การต้อนรับคณะฯ ณ โรงแรมลำปำรีสอร์ท พัทลุงเผยว่า.. “หลังสถานการณ์น้ำท่วมทาง ททท. เราก็ได้หารือหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่ เช่น มีการจัดในเรื่องของอีเวนต์มาร์เก็ตติ้งให้ผู้ประกอบการได้ใช้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการขาย เช่นงานวันที่ 24-26 งานไหว้ครูบูรพาจารย์ ณ วัดเขาอ้อ โครงการ “ตามรอยพิธีกรรมสำนักเขาอ้อ จังหวัดพัทลุง” จะมีการแช่น้ำว่าน การกวนข้าวเหนียวดำ และวันที่ 4-6 กุมภาพันธ์ จะมีงานกาแฟที่เขาเจียก พัทลุง ซึ่งททท. เองก็พยายามครีเอทอีเวนต์เพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดมากขึ้นและต่อเนื่องตลอดทั้งปี
สำหรับไฮไลท์ก็คือ “คลองปากประ” นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือชมแสงเช้า สัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้านที่มีการยกยอ จากนั้นก็จะเป็น “ทะเลน้อย” จะมีเรื่องของนกอพยพ ดอกบัวที่บานเต็มทะเลน้อย และอึกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ “ควายน้ำ” รวมถึงเรื่องของการเป็นพื้นที่แหล่งอาหารของชาวพัทลุง ซึ่งมองว่าพัทลุงเองก็มีความมั่งคั่งทรัพย์ในดินสินในน้ำ เรื่องของอาหารการกินอุดมสมบูรณ์สามารถตอบสนองนักท่องเที่ยวได้ทุกประเภทค่ะ
อยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวสักครั้งหนึ่งในชีวิตให้มาสัมผัสประสบการณ์ ลองมาใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ดู ด้วยจังหวัดพัทลุงเอง ก็วางPositioning เป็นเรื่องของการท่องเที่ยวแบบ Low carbon การใช้ชีวิตแบบช้าๆ ซึ่งตอบโจทย์ทิศทางการท่องเที่ยวของ ททท. วิศัยทัศน์ของ ททท. เรื่องการท่องเที่ยวเพื่อความยั่งยืน และมากไปกว่านี้ไปตรงกับเทรนด์ของการท่องเที่ยวโลก คือการการท่องเที่ยวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยค่ะ” คุณจอมสุรางค์ กล่าว
DAY5 : วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2569
ชมศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าทะเลน้อย หรือ อุทยานนกน้ำทะเลน้อย, หลาดใต้โหนด ตลาดนัดใต้ต้นตาลโตนดตลาดนัดชุมชนที่มีเสน่ห์, รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านบ่าววี, ถ้ำน้ำลอดเขาแดง สัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติและสักการะพระพุทธรูปสีขาวองค์ใหญ่, ปิดท้ายด้วย วัดวัง ลำปำ อำเภอเมืองพัทลุง ปูชนียสถานสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดและอยู่คู่เมืองพัทลุงมาตลอดสมัยรัตนโกสินทร์ รับประทานอาหารเย็น ณ ร้านเคียงทะเล เทอเรส ลำปำ ก่อนคณะเดินทางมุ่งสู่สถานีรถไฟจังหวัดพัทลุง เวลา 18.57 น. เดินทางกลับ กรุงเทพมหานคร โดยรถไฟด่วนพิเศษ ขบวนที่ 32 ทักษิณารัถย์ ถึงกรุงเทพเช้าวันที่ 19 มกราคม 2569 โดยสวัสดิภาพ
ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ การท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ที่สวยงามของแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดตรังและพัทลุง ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นขวัญและกำลังใจให้ผู้ประกอบการ ชุมชนต่างๆ ในการมาเยือนภาคใต้ของคณะ ช.ส.ท. ในครั้งนี้.
