เทรนด์ประเทศไทยปี 2025: มุมมองจากแอปเรียกรถ Maxim

พฤติกรรมการเดินทางของคนไทยมีการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องตามยุคสมัย เนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของประชากรและความต้องการระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ บริการเรียกรถผ่านแอป (e-hailing) จึงจำเป็นต้องปรับตัวให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปและตอบโจทย์แนวคิดด้านความยั่งยืน ทำให้หลายแพลตฟอร์มเริ่มขยายบริการออกนอกเมืองใหญ่ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงและอำนวยความสะดวกในพื้นที่ที่ระบบขนส่งสาธารณะยังมีข้อจำกัด
แอปเรียกรถ Maxim เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ปรับตัวให้สอดคล้องกับแนวโน้มเหล่านี้ ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีและการมีส่วนร่วมกับชุมชน เพื่อให้ตอบรับกับความต้องการของผู้คนในทั้งเมืองหลวงและเมืองรอง

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้โดยอัตโนมัติ (Machine Learning) ยกระดับประสบการณ์เรียกรถ
เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพของบริการ e-hailing แอปเรียกรถ Maxim มีการนำ AI และ Machine Learning มาใช้ เพื่อปรับเส้นทางในแอปให้แม่นยำ ลดเวลารอรถของผู้โดยสาร และพัฒนาระบบการเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้บริการ (Interface) ให้ใช้งานง่ายขึ้น มีการใช้ระบบค้นหาแบบ โทเคน (Token) ในการยืนยันตำแหน่ง ที่ช่วยให้ค้นหาตำแหน่งได้เร็วขึ้นถึง 30% และสามารถแก้ไขคำผิดโดยอัตโนมัติ เพื่อให้การปักตำแหน่งหมุดแม่นยำมากยิ่งขึ้น
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังถูกนำมาใช้ในระบบตรวจสอบภาพถ่ายและเอกสาร เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและรองรับข้อกำหนดทางกฎหมายสำหรับคนขับ นอกจากนี้ ระบบคำนวณค่าโดยสารยังอ้างอิงจากเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับราคาที่ยุติธรรม

การใช้งานที่ตอบโจทย์มากขึ้น
Maxim มุ่งพัฒนาแอปให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้ใช้ โดยเพิ่มฟีเจอร์ที่ช่วยให้การเรียกรถเป็นเรื่องง่ายขึ้น เช่น การจดจำประวัติการเดินทาง การจองซ้ำอัตโนมัติ และการบันทึกที่อยู่ที่ตั้งชื่อเองได้ เช่น “บ้าน” หรือ “ที่ทำงาน”
นอกจากนี้ แอปเรียกรถ Maxim ยังขยายบริการไปยังเมืองรอง หรือในพื้นที่ที่ขนส่งสาธารณะยังไม่ครอบคลุม เช่น เชียงใหม่และอุดรธานี เพื่อให้ผู้คนในชุมชนได้มีตัวเลือกการเดินทางที่สะดวกขึ้น

การยกระดับความปลอดภัยของผู้โดยสาร
ความปลอดภัยยังคงเป็นปัจจัยสำคัญของบริการเรียกรถ แอป Maxim มีการเพิ่มมาตรการและระบบสนับสนุนผู้ใช้งาน เช่น ระบบจองล่วงหน้า สำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนการเดินทางล่วงหน้า ระบบติดตามการเดินทางแบบเรียลไทม์ ที่สามารถแชร์ให้ครอบครัวหรือเพื่อน นอกจากนี้ยังมีศูนย์บริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมให้ความช่วยเหลือ และปุ่มฉุกเฉินในแอป ที่เชื่อมต่อโดยตรงกับตำรวจและทีมสนับสนุนในกรณีเร่งด่วน

ระบบสนับสนุนพาร์ทเนอร์คนขับ พร้อมเสริมสร้างรายได้อย่างมั่นคง
ในยุคปัจจุบัน แพลตฟอร์ม e-hailing เป็นอีกหนึ่งช่องทางยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างรายได้ ไม่ว่าจะเป็นรายได้หลักหรือรายได้เสริม แอป Maxim สนับสนุนพาร์ทเนอร์คนขับให้ปฏิบัติตามข้อบังคับกฎหมาย อีกทั้งยังมีสำนักงานท้องถิ่นเพื่อเพิ่มความสะดวกในการดำเนินงานของคนขับ
นอกจากนี้ ยังมีโครงการมอบรางวัลให้คนขับที่มีผลงานโดดเด่น เช่น ตราสัญลักษณ์ “สุดยอดคนขับ” ของที่ระลึกจากแบรนด์ และการนำเสนอเรื่องราวผ่านโซเชียลมีเดียของ Maxim เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการรักษาคุณภาพบริการ

ขับเคลื่อนความยั่งยืนและสนับสนุนการเติบโตของชุมชน

แนวคิดด้านความยั่งยืนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรม e-hailing แอปเรียกรถ Maxim เปิดตัวบริการรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมีส่วนร่วมในโครงการเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการ ‘Proud’ ที่ร่วมมือกับหอการค้าจังหวัดลำปาง เพื่อสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยและช่วยสร้างรายได้ให้กับผู้พิการทางสายตา โครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยส่งมอบอาหารและของใช้จำเป็นให้กับชุมชนในเชียงใหม่และหาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีโครงการสนับสนุนโรงพยาบาล มหาวิทยาลัย และองค์กรสาธารณประโยชน์ รวมถึงให้ความช่วยเหลือเด็กที่มีความต้องการพิเศษและศูนย์พักพิงสัตว์

ทิศทางของบริการเรียกรถผ่านแอป (E-Hailing) ในปี 2025
แอปเรียกรถ Maxim ยังคงขยายบริการทั่วประเทศไทย พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์มให้ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น ในปี 2025 บริษัทเตรียมเปิดตัว แพลตฟอร์มตลาดออนไลน์ หรือมาร์เก็ตเพลส (Marketplace) เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสั่งซื้อสินค้าและอาหารจากร้านค้าโดยตรง เป็นการผสาน อีคอมเมิร์ซ (e-commerce) เข้ากับบริการการจัดส่งที่รวดเร็วและเชื่อถือได้ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน
การเติบโตของ e-hailing สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมการสัญจรของผู้ใช้งานในประเทศไทย ซึ่งมีสาเหตุจากปัจจัยหลากหลาย ทั้งด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาโดยรวมในจังหวัดต่าง ๆ แอปเรียกรถ Maxim กำลังก้าวไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ โดยมุ่งเน้นการขยายการเข้าถึง พัฒนาเทคโนโลยี และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม

เกี่ยวกับ แอป Maxim
แอปพลิเคชัน Maxim เปิดให้บริการแล้ววันนี้ สามารถดาวน์โหลดได้จาก App Store, Google Play, AppGallery, Galaxy Store, GetApps และเว็บไซต์ Taximaxim.com/th
แอปเรียกรถ Maxim เปิดให้บริการในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2565 และมีการเปิดสาขาแรกในจังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้บริการของเราเปิดให้บริการในอีก 19 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น หาดใหญ่ ชลบุรี อุดรธานี อุบลราชธานี ภูเก็ต นครราชสีมา กรุงเทพฯ ลำปาง ลำพูน เชียงราย สุราษฎร์ธานี ระยอง อยุธยา พิษณุโลก หัวหินพัทยา เกาะสมุย และบุรีรัมย์

บริษัท Maxim ได้สร้างสรรค์แอปพลิเคชันการรับส่งผู้โดยสารผ่านนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ทันสมัย ช่วยให้ผู้คนเข้าถึงการเดินทางไปยังจุดหมายต่างๆ ได้ในราคาที่เป็นมิตรและปลอดภัย โดยเชื่อมต่อผู้ขับและลูกค้าที่ใช้บริการกับเรานับล้านๆ คนอย่างมีประสิทธิภาพและไร้ขีดจำกัด นอกจากนี้แอปพลิเคชัน Maxim สำหรับผู้โดยสารและแอปพลิเคชัน
Taxsee Driver สำหรับผู้ขับ เป็นแอปพลิเคชันอันดับต้นๆ ของโลกที่ผู้ใช้บริการหลายล้านคนไว้วางใจ
เป้าหมายของเราคือการอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารและสร้างรายได้ให้กับคนขับ เพื่อให้ทุกคนก้าวไปสู่จุดมุ่งหมายของตนเอง

รักชนก ช่วยเหลือ
เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
ฝ่ายประชาสัมพันธ์องค์กร แอปพลิเคชัน Maxim
+66 95 029 7856

………………………………….

www.indyreport​com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *